การบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
แพลนบีให้ความสำคัญกับการสร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าในระยะยาว โดยตระหนักว่าพฤติกรรม ความคาดหวัง และความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จากทั้งปัจจัยด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมผู้บริโภค บริษัทจึงมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ พร้อมทั้งพัฒนากลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management: CRM) อย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นบริษัทจึงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าให้มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า อีกทั้ง ยังเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว บริษัทมีการส่งแบบประเมินคะแนนต่อทีมขายให้กับลูกค้าทั้งลูกค้าตรงและลูกค้าเอเจนซี่ในทุกๆ ปี โดยพิจารณาจากหลากหลายด้าน เช่น ความรู้ความเชี่ยวชาญในสื่อนอกที่อยู่อาศัย ความสามารถในการวางแผนสื่อให้ตรงตามจุดประสงค์และเป้าหมายของลูกค้า ความสามารถในการแก้ปัญหา และอื่นๆ โดยคำนึงถึงแนวโน้มด้านการตลาดและความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย
โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้
เสริมสร้างความไว้วางใจและความพึงพอใจในระยะยาว
ปรับตัวให้ทันต่อความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ยกระดับมาตรฐานการบริการเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ยกระดับคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า
≥ 4.70 คะแนนจากคะแนนเต็ม 5.00
เสริมสร้างความไว้วางใจระยะยาว และการสื่อสารอย่างโปร่งใสกับลูกค้า
พัฒนากลยุทธ์ CRM อย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่
ส่งเสริมมาตรฐานการบริการระดับมืออาชีพ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ผลการดำเนินงาน
คะแนนความพึงพอใจลูกค้า
4.81
จำนวนลูกค้าที่เข้าร่วมการสำรวจ
372 ราย
หัวข้อที่ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด ได้แก่ บุคลิกภาพของพนักงาน การสื่อสารที่ชัดเจนและตรงประเด็น และความรู้และความเชี่ยวชาญในการให้บริการ
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
ความมุ่งมั่น
แพลนบีมุ่งสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าบนพื้นฐานของความโปร่งใส การสื่อสารที่รับผิดชอบ และการส่งมอบสื่อที่มีคุณภาพ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าร่วมระยะยาว
ความท้าทาย
- พฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- ความจำเป็นในการรักษามาตรฐานการโฆษณาอย่างมีความรับผิดชอบ
- การบริหารจัดการและปกป้องข้อมูลลูกค้าให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โอกาส
- ใช้ข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาการสื่อสารที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
- สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับลูกค้าเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ยั่งยืนและมีนวัตกรรม
- ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรให้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือและยั่งยืน
แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ
บริษัทได้มีการส่งแบบประเมินความพึงพอใจให้กับลูกค้าทั้งลูกค้ากลุ่ม Direct และกลุ่ม Agency ในหลากหลายมิติ ทั้งทักษะที่เกี่ยวข้องกับการขาย ความรู้ความเชี่ยวชาญในสื่อนอกที่อยู่อาศัย บุคลิกภาพ การสื่อสารกับลูกค้า และทักษะการแก้ไขปัญหา โดยบริษัทได้นำผลการประเมินความพึงพอใจของลูกค้ามาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อระบุจุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุงทั้งในด้านสินค้า บริการ และกระบวนการทำงาน โดยเน้นการตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้าในระยะสั้นและการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในระยะยาว พร้อมจัดทำรายงานสรุปผลเพื่อส่งต่อไปยังผู้บริหารและทีมงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้นำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้และพัฒนาการบริการในหลายด้าน เช่น
การพัฒนาสื่อโฆษณา และแพ็คเกจ
รวมไปถึงบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เช่น การออกแบบสื่อโฆษณาในแต่ละสถานที่ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
การปรับปรุงการทำงาน
ภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และมีมาตรฐานที่ดีขึ้น
การพัฒนาแนวทางการสื่อสารและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างเป็นระบบมากขึ้น ผ่านการจัดตั้งทีม Customer Experience Management (CXM)
ขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการประสบการณ์ของลูกค้า โดยมุ่งเน้นการทำความเข้าใจความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ควบคู่ไปกับการยกระดับศักยภาพของทีมขาย ผ่านการสนับสนุนด้วยเครื่องมือและข้อมูลที่จำเป็น เพื่อเสริมความมั่นใจในการนำเสนอสินค้าและบริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น
คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า
ในปี 2567 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายระดับความพึงพอใจของลูกค้าไว้ที่ 4.70 คะแนนจากคะแนนเต็ม 5.00 และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสะท้อนถึงความสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยบริษัทได้รับคะแนนความพึงพอใจจากลูกค้าอยู่ที่ 4.81 คะแนน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ จากการวิเคราะห์เชิงลึก พบว่าลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุดใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ บุคลิกภาพของพนักงาน การสื่อสารที่ตรงประเด็น และความรู้ความเชี่ยวชาญในการให้บริการ ทั้งนี้ บริษัทได้มุ่งเน้นการนำคะแนนความพึงพอใจดังกล่าวมาต่อยอดเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและพัฒนาศักยภาพของพนักงานขายอย่างต่อเนื่อง ผ่านแนวทางสำคัญดังนี้
- การจัดทำโปรแกรมอบรมเฉพาะทางสำหรับพนักงานขาย บริษัทได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่เน้นการเสริมสร้างทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าอย่างแม่นยำ และการนำเสนอแนวทางแก้ไขอย่างมืออาชีพ เพื่อเสริมความสามารถในการตอบสนองความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลูกค้า
- การสร้างระบบ Feedback Loop ระหว่างลูกค้าและพนักงานขาย บริษัทได้พัฒนาระบบรวบรวมข้อเสนอแนะจากลูกค้าหลังการให้บริการแบบเรียลไทม์ เพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาการให้บริการในเชิงรุก รวมถึงใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการประเมินผลงานและวางแผนพัฒนารายบุคคลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- การปรับปรุงหลักสูตรอบรมให้ทันสมัยตามแนวโน้มตลาด บริษัทติดตามแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคและการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
| ผลการดำเนินงาน | 2565 | 2566 | 2567 | เป้าหมาย 2568 |
|---|---|---|---|---|
| จำนวนลูกค้าที่ได้รับการทำแบบสำรวจความพึงพอใจ | 212 | 323 | 372 | 400 |
| คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า | 4.65 | 4.67 | 4.81 | 4.90 |