การบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
แพลนบีให้ความสำคัญกับการสร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าในระยะยาว โดยตระหนักว่าพฤติกรรม ความคาดหวัง และความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จากทั้งปัจจัยด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมผู้บริโภค บริษัทจึงมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ พร้อมทั้งกำหนดและประกาศใช้นโยบายการบริหารคุณภาพของการให้บริการเพื่อใช้เป็นกรอบหลักในการพัฒนากลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น บริษัทจึงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าให้มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า อีกทั้งยังเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจสื่อโฆษณาด้วยความรับผิดชอบ โดยมีกระบวนการตรวจสอบเนื้อหาอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการนำเสนอสื่อที่ขัดต่อจริยธรรม หรือส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนต่อสังคม ควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า โดยปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้
เสริมสร้างความไว้วางใจและความพึงพอใจในระยะยาว
ปรับตัวให้ทันต่อความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ยกระดับมาตรฐานการบริการเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
ความมุ่งมั่น
- แพลนบีมุ่งสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าบนพื้นฐานของความโปร่งใส การสื่อสารที่รับผิดชอบ และการส่งมอบสื่อที่มีคุณภาพ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าร่วมระยะยาว
ความท้าทาย
- พฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- ความจำเป็นในการรักษามาตรฐานการโฆษณาอย่างมีความรับผิดชอบ
- การบริหารจัดการและปกป้องข้อมูลลูกค้าให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โอกาส
- ใช้ข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาการสื่อสารที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
- สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับลูกค้าเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ยั่งยืนและมีนวัตกรรม
- ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรให้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือและยั่งยืน
การประเมินความพึงพอใจและการรับฟังเสียงลูกค้า
บริษัทมีการส่งแบบประเมินความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าทั้งกลุ่มลูกค้าตรง (Direct) และกลุ่มตัวแทนโฆษณา (Agency) เป็นประจำทุกปี โดยพิจารณาจากหลากหลายมิติ เช่น ความรู้ความเชี่ยวชาญในสื่อนอกที่อยู่อาศัย ความสามารถในการวางแผนสื่อให้ตรงตามจุดประสงค์และเป้าหมายของลูกค้า ความสามารถในการแก้ปัญหา บุคลิกภาพ และการสื่อสาร โดยคำนึงถึงแนวโน้มด้านการตลาดเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย

ผลการดำเนินงานด้านความพึงพอใจของลูกค้า
ในปี 2568 บริษัทได้รับคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยจากลูกค้าอยู่ที่ 4.72 คะแนน ซึ่งแม้จะเป็นระดับที่สะท้อนถึงความพึงพอใจในเกณฑ์ที่ดี แต่ผลคะแนนดังกล่าวมีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปี 2567 และยังไม่บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4.90 คะแนน จากการวิเคราะห์ข้อมูลและรับฟังข้อเสนอแนะเชิงลึกจากลูกค้าอย่างโปร่งใส บริษัทพบว่าสาเหตุหลักมาจากความท้าทายในด้านประสิทธิภาพการสื่อสาร ความรวดเร็วในการให้บริการ และมาตรฐานความเป็นมืออาชีพในบางกระบวนการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของลูกค้าในบางช่วงเวลา
โดยปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากการขยายตัวของธุรกิจสื่อโฆษณาประเภทใหม่ๆ และการเข้าสู่กระบวนการควบรวมทีมขายจากสื่อที่บริษัทเพิ่งได้รับสิทธิบริหารจัดการในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้การประสานงานและการส่งมอบบริการในช่วงเปลี่ยนผ่านยังไม่เป็นไปอย่างราบรื่นเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม การลดลงของคะแนนเฉลี่ยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทสามารถขยายฐานการจัดเก็บข้อมูลได้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นถึงร้อยละ 65.0 ซึ่งทำให้ได้รับข้อมูลที่สะท้อนข้อเท็จจริงในวงกว้างและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในระยะยาว
| คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | เป้าหมายปี 2569 |
|---|---|---|---|---|
| จำนวนรายชื่อลูกค้าที่ส่งออกแบบสำรวจความพึงพอใจ | N/A | 794 | 846 | > 850 |
| จำนวนลูกค้าที่ได้รับการทำแบบสำรวจความพึงพอใจ | 323 | 372 | 550 | 600 |
| สัดส่วนการทำแบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า | N/A | 46.9% | 65.0% | >70.0% |
| คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า | 4.67 | 4.81 | 4.72 | 4.90 |
กลยุทธ์การยกระดับประสบการณ์ลูกค้าเชิงรุก
บริษัทได้นำผลการประเมินความพึงพอใจมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อระบุจุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุง ทั้งในด้านสินค้า บริการ และกระบวนการทำงาน โดยเน้นการตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้าในระยะสั้นและการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในระยะยาว พร้อมจัดทำรายงานสรุปผลเพื่อส่งต่อไปยังผู้บริหารและทีมงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบสนองต่อประเด็นความท้าทายดังกล่าวและมุ่งสู่เป้าหมายความพึงพอใจที่ร้อยละ 4.90 ภายในปี 2569 บริษัทได้กำหนดแนวทางแก้ไขเชิงรุกดังต่อไปนี้