การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

สิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนพึงได้รับอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม แพลนบีจึงให้ความสำคัญสูงสุดต่อการเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียตลอดโซ่คุณค่า โดยได้ประกาศใช้นโยบายสิทธิมนุษยชนเพื่อเป็นบรรทัดฐานการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมายและมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ บริษัทยึดถือหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR), หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGP), และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) โดยครอบคลุมไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบาง เช่น พนักงานชั่วคราว แรงงานต่างด้าว พนักงานของผู้รับเหมา และชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้ บริษัทยึดมั่นในนโยบายการไม่เลือกปฏิบัติและการต่อต้านการล่วงละเมิดทุกรูปแบบ รวมถึงการประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนที่จะไม่สนับสนุนการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์ในทุกกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน โดยบริษัทกำหนดให้คู่ค้าทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญต้องลงนามรับทราบและปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด

SDGs 3 SDGs 5 SDGs 8 SDGs 10 SDGs 16

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายด้านความยั่งยืน ผลการดำเนินงานปี 2568
ระยะยาว (ปี 2569-2573) ระยะสั้น (ปี 2569)
ไม่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน (Zero Human Rights Violations) สื่อสารนโยบายสิทธิมนุษยชนให้พนักงานและคู่ค้าร้อยละ 100 ไม่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดแรงงานและการเลือกปฏิบัติ
ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ครอบคลุมร้อยละ 100 ของกิจกรรมธุรกิจหลัก ไม่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดแรงงานและการเลือกปฏิบัติ
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ความมุ่งมั่นของเราในการขับเคลื่อนความยั่งยืนสะท้อนผ่านเป้าหมายและผลการดำเนินงานด้าน ESG

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

ความมุ่งมั่น
  • แพลนบีเชื่อว่า “คน” คือหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราจึงมุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร
ความท้าทาย
  • การรักษามาตรฐานสิทธิมนุษยชนท่ามกลางกฎหมายและข้อกำหนดที่ซับซ้อน
  • การป้องกันความเสี่ยงจากการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิในห่วงโซ่อุปทาน
  • การดำเนินงานให้สอดคล้องกับ แนวโน้มและมาตรการด้านสิทธิมนุษยชนและธรรมาภิบาล ที่เข้มงวดขึ้นจากทั้งลูกค้า นักลงทุน และสังคม
โอกาส
  • การสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้างที่จะช่วยหล่อเลี้ยงและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
  • การพัฒนาองค์กรสู่การเป็นสถานที่ทำงานที่มีคุณค่า (Employer of Choice) ซึ่งสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและสอดคล้องกับอัตลักษณ์องค์กร
  • การเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างทุนทางสังคมที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดหรือสร้างผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมการดำเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และบริการตลอดห่วงโซ่คุณค่าด้วยแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนดังต่อไปนี้

การเคารพสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติด้านแรงงาน
สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง การค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ
สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม แรงงานเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และแรงงานข้ามชาติ
สิทธิความเท่าเทียมระหว่างเพศ การไม่เลือกปฏิบัติและการให้โอกาสอย่างเท่าเทียมกัน
สิทธิของชุมชน และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารอย่างปลอดภัย การป้องกันการคุกคามทุกกรณี และการล่วงละเมิดทางเพศ
สิทธิมนุษยชนในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน สิทธิในการรวมตัว และเจรจาโดยสันติ รวมถึงสิทธิในการมีส่วนร่วมในสวัสดิการพนักงานผ่านคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ
สิทธิในที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย
สิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งเบาะแส

ในปี 2568 บริษัทได้จัดการฝึกอบรมผ่านรูปแบบออนไลน์เพื่อให้ความรู้พนักงานเกี่ยวกับข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน รวมถึงความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ เช่น การเลือกปฏิบัติจากการแบ่งแยกถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ สีผิว ความพิการ ฐานะ ชาติตระกูล หรือระดับการศึกษา นอกจากนี้ พนักงานยังได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ และแนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างถูกต้องเพื่อรักษาความลับของบริษัท

ในกรณีที่เกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน หรือพบเบาะแสการกระทำผิด ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเหตุผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนดดังนี้

  • ทางไปรษณีย์: ส่งถึง คณะกรรมการตรวจสอบ เลขที่ 1700 อาคารแพลน บี ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
  • ทางอีเมล (E-mail): คณะกรรมการตรวจสอบ ที่ auditcommittee@planbmedia.co.th
  • ทางอีเมล (E-mail): เลขานุการบริษัท ที่ companysecretary@planbmedia.co.th
  • ทางโทรศัพท์: +66 (0) 2530-8053-6 ต่อ 131 หรือ 134

โดยในปี 2568 บริษัทไม่ได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่มีเหตุการณ์เลือกปฏิบัติหรือการล่วงละเมิดเกิดขึ้น

แผนผังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

แผนผังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรและการสื่อสาร

บริษัทได้ผนวกหลักสิทธิมนุษยชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ และในปี 2568 บริษัทได้จัดการฝึกอบรมออนไลน์ร้อยละ 100 ให้กับพนักงาน เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิดในที่ทำงาน

สรุปผลการดำเนินงานในปี 2568

บริษัทประสบความสำเร็จในการดำเนินงานตามเป้าหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ไม่พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางต่างๆ ของบริษัท
  • ไม่มีเหตุการณ์เลือกปฏิบัติ หรือการล่วงละเมิดเกิดขึ้นในองค์กร
  • มีการประเมินคู่ค้ารายใหม่ร้อยละ 100 ในประเด็นด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน เพื่อคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง
  • ร้อยละ 100 ของคู่ค้าทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญได้รับการสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายสิทธิมนุษยชนและจรรยาบรรณคู่ค้า

พนักงานทุกคนเข้าถึงช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัยภายใต้นโยบายการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower Policy) และได้รับการคุ้มครองความลับอย่างสูงสุด

การบริหารความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่คุณค่า

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ ทั้งในระดับภายในองค์กรและในห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พนักงานภาคสนาม กลุ่มผู้รับเหมาช่วง คู่ค้าแรงงาน และชุมชนโดยรอบ เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล บริษัทจึงดำเนินการตามหลักการของ UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs), GRI Standards และแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP BHR ประเทศไทย) โดยบริษัทได้ระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ พร้อมกำหนดแนวทางการจัดการที่จำแนกตามกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นระบบ ดังนี้

ความเสี่ยงภายในองค์กร (Own Operations) มุ่งเน้นการดูแลสิทธิและความปลอดภัยของพนักงานในมิติต่างๆ ประกอบด้วย

ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง แนวทางลดความเสี่ยง ด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ
  • ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงานภาคสนาม การปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง เช่น บนทางเท้า ริมถนน หรือบนโครงสร้างสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อสวัสดิภาพของพนักงาน
พนักงาน
  • จัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และเสื้อสะท้อนแสงที่ได้มาตรฐาน
  • กำหนดแนวปฏิบัติความปลอดภัยภาคสนามและจุดติดตั้งสื่อโฆษณาที่ชัดเจน
  • จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเฝ้าระวังสุขอนามัยพนักงาน
  • ความเป็นธรรมในการจ้างงานและการเข้าถึงสวัสดิการ ความเสี่ยงจากการได้รับสิทธิประโยชน์ไม่ครบถ้วนหรือการเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานที่ไม่ครอบคลุม
พนักงาน
  • ประกันสิทธิการลาตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด
  • สำรวจความผูกพันเพื่อพัฒนาสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความต้องการ
  • เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกอัตราสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามความสมัครใจ
  • จัดทำแบบสำรวจ Upward & Peer Feedback เพื่อสร้างวัฒนธรรมการรับฟังอย่างโปร่งใส
  • การเลือกปฏิบัติและความหลากหลายในองค์กร การกีดกันหรือปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมบนพื้นฐานของเพศ อายุ ศาสนา หรือความหลากหลายทางบุคคล
พนักงาน
  • ประกาศใช้และยึดมั่นในนโยบายความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่าง (Diversity & Inclusion Policy)
  • ใช้ระบบประเมินผลและรับฟังความคิดเห็นแบบรอบทิศทางเพื่อลดอคติในการบริหารงาน

ความเสี่ยงภายในโซ่คุณค่า (Value Operations) มุ่งเน้นการกำกับดูแลสิทธิและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทานและชุมชน ประกอบด้วย

ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง แนวทางลดความเสี่ยง ด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ
  • ความปลอดภัยของชุมชนจากโครงสร้างป้ายโฆษณา ความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพของคนในชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบจากความไม่มั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างสื่อโฆษณา
ชุมชน
  • ดำเนินการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างและบำรุงรักษาสื่อโฆษณาอย่างสม่ำเสมอ
  • กำหนดและปฏิบัติตามแนวทางด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (HSE) อย่างเคร่งครัด
  • การละเมิดสิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงจากการใช้แรงงานเกินเวลา การละเมิดสิทธิแรงงานพื้นฐาน หรือการค้างชำระค่าจ้างภายในกลุ่มคู่ค้าและผู้รับเหมา
คู่ค้า / ผู้รับเหมา
  • กำหนดให้คู่ค้าลงนามรับทราบและยึดถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)
  • ประเมินคู่ค้าในมิติด้านสังคม (ESG) โดยมุ่งเน้นการป้องกันแรงงานเด็ก แรงงานผิดกฎหมาย และสวัสดิการแรงงาน
  • การละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล ความเสี่ยงจากการรั่วไหลหรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัว
พนักงาน / คู่ค้า / ผู้มีส่วนได้เสีย
  • จัดทำและประกาศใช้นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
  • กำกับดูแลและควบคุมกระบวนการใช้ข้อมูลให้เป็นไปตามแนวทางของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด

แนวทางส่งเสริมระบบการจัดการสิทธิมนุษยชนของบริษัท

บริษัทมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชนผ่านการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อเปลี่ยนจากแนวทางการตั้งรับเป็นการบริหารจัดการเชิงรุกตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีแนวทางที่สำคัญดังนี้

  • การสร้างความตระหนักรู้และศักยภาพ (Capacity Building) จัดอบรมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้กับพนักงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้บริหารของคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจมีความเข้าใจในหลักการสิทธิมนุษยชนและสามารถระบุความเสี่ยงในหน้างานได้อย่างถูกต้อง
  • การพัฒนากลไกการร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ (Grievance Mechanism) พัฒนาระบบร้องเรียนที่เป็นกลางและปลอดภัย สำหรับการแจ้งปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน โดยไม่เปิดเผยชื่อ (Anonymous) พร้อมกำหนดกระบวนการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและผู้ให้ความร่วมมือในการสอบสวน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความโปร่งใสและยุติธรรมของระบบ
  • กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ดำเนินการ Human Rights Due Diligence (HRDD) เป็นระยะ โดยเน้นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงการติดตามผลการบรรเทาผลกระทบจากความเสี่ยงที่ได้ระบุไว้ในแผนบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  • การกำกับดูแลและการรายงานผล (Governance & Reporting) รายงานผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนต่อคณะกรรมการบริหารเป็นประจำ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการในระดับนโยบาย และสามารถจัดสรรทรัพยากรในการจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการบูรณาการผลลัพธ์จากการประเมินความเสี่ยงไปกำหนดเป็นเป้าหมายการดำเนินงานประจำปีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แนวทางทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างเคารพสิทธิมนุษยชนทุกภาคส่วน สอดคล้องกับความคาดหวังของสังคม นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยในปี 2568 บริษัทไม่พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และคู่ค้าหลักร้อยละ 100 ได้รับการสื่อสารเรื่องนโยบายและแนวทางปฏิบัติของบริษัทอย่างครบถ้วน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
พนักงาน
ลูกค้า
ลูกค้า
คู่ค้า
คู่ค้า
ชุมชน
ชุมชน
ผู้ถือหุ้น
ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
หน่วยงานกำกับดูแลและภาครัฐ
หน่วยงานกำกับดูแลและภาครัฐ