การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรม
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
แพลนบียึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบจรรยาบรรณที่เข้มแข็ง พร้อมด้วยระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยึดหลักสุจริตธรรม ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินกิจการและการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และความเป็นธรรม เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยบริษัทได้ประกาศใช้นโยบายต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ พร้อมทั้งบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร นอกจากนี้ แพลนบียังมุ่งมั่นในการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
| เป้าหมายด้านความยั่งยืน | ผลการดำเนินงานปี 2568 | |
|---|---|---|
| ระยะยาว (ปี 2569-2573) | ระยะสั้น (ปี 2569) | |
| รักษาสถานะการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) | ไม่มีอุบัติการณ์ด้านการทุจริตและคอร์รัปชัน และการละเมิดจรรยาบรรณทางธุรกิจอย่างร้ายแรงตลอดห่วงโซ่คุณค่า | พนักงานทุกคนของบริษัทเข้าร่วมการอบรมจริยธรรมทางธุรกิจ คิดเป็นร้อยละ 100 |
| พนักงานทุกคนของบริษัทเข้าร่วมการอบรมจริยธรรมทางธุรกิจ | พนักงานทุกคนของบริษัทเข้าร่วมการอบรมจริยธรรมทางธุรกิจ คิดเป็นร้อยละ 100 | ไม่มีคำเตือนหรือการตรวจสอบที่มีนัยสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล |
| ผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” | ผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” | ผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” |
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
ความมุ่งมั่น
-
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดมั่นในจริยธรรมทางธุรกิจ โดยยึดหลักธรรมาภิบาลและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ความท้าทาย
-
การปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ซับซ้อน
การรักษาความโปร่งใสและมาตรฐานจริยธรรมในสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งด้านกฎหมาย เทคโนโลยี และความคาดหวังของสังคม
-
การบูรณาการจริยธรรมเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร
การทำให้พนักงานทุกระดับเข้าใจและปฏิบัติตามหลักจริยธรรมอย่างแท้จริงเป็นเรื่องท้าทาย ต้องอาศัยทั้งการสื่อสารที่ชัดเจน การอบรม และการเป็นแบบอย่างจากผู้บริหาร
โอกาส
-
การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน
การปลูกฝังจริยธรรมธุรกิจและหลักธรรมาภิบาล ช่วยสร้างความภาคภูมิใจและแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน เสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสและเป็นธรรม
-
การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ
การดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและมีจริยธรรม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวจากนักลงทุน คู่ค้า ลูกค้า และสังคมอย่างยั่งยืน
การกำกับดูแลกิจการ
การกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการดำเนินงานด้วยความสุจริตและโปร่งใส ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนของแพลนบี บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมความเป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

แพลนบีได้กำหนดโครงสร้างธุรกิจ ระบบบริหารจัดการ และระบบการกำกับดูแลกิจการให้สอดคล้องและสนับสนุนหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) รวมถึงข้อแนะนำของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และมาตรฐานสากลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงสร้างการกำกับดูแลมีความแข็งแกร่งตามมาตรฐานระดับสากล คณะกรรมการบริษัทได้รับการออกแบบให้มีความหลากหลาย (ความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัท) ทั้งในด้านเพศ ทักษะ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยมีสัดส่วนของกรรมการอิสระที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจอย่างโปร่งใส และช่วยให้การพิจารณาตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เป็นไปอย่างเป็นอิสระและปราศจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้จัดทำและประกาศใช้ คู่มือการกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักการกำกับดูแลที่ดี โดยคณะกรรมการบริษัทจะทำการทบทวนและปรับปรุงคู่มือดังกล่าวเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากล
โครงสร้างการกำกับดูแล
บริษัทได้ออกแบบโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปในทิศทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย
หมายเหตุ:
- นางสาวพาขวัญ วงศ์พลทวี ลาออกจากบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568
- นางสาวอังคณา เฉลิมชัยกิจ ลาออกจากบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2568
โครงสร้างของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ เป้าหมาย และพันธกิจ พร้อมทั้งมีการพิจารณาทบทวนและอนุมัติวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ของบริษัทเป็นประจำทุกปี รวมถึงการพิจารณากำหนดงบประมาณของบริษัทตลอดจนกำกับดูแลให้คณะผู้บริหาร บริหารงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลภายใต้กรอบของกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติที่ประชุมคณะกรรมการ ด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวัง ตามหลักการข้อพึงปฏิบัติที่ดี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่กิจการ และความมั่นคงสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยทั้งหมด 8 ท่าน ดังนี้
-
ดร. เพ็ญนภา ธนสารศิลป์
กรรมการอิสระ / รองประธานกรรมการ / ประธานกรรมการตรวจสอบ / ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน / ประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
-
นางมลฤดี สุขพันธรัชต์
กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ / กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน / กรรมการบริหารความเสี่ยง
-
นายมานะ จันทนยิ่งยง
กรรมการอิสระ / ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง / กรรมการตรวจสอบ
-
นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์
กรรมการ / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
-
ดร. พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์
กรรมการ / กรรมการผู้จัดการ / กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน / กรรมการบริหารความเสี่ยง
-
นายอานนท์ พรธิติ
กรรมการ / กรรมการบริหารความเสี่ยง / กรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
-
นายประสงค์ จรุงเบญจธรรม
กรรมการ / กรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
-
นายแล็พ ซน เนลสัน เหลียง
กรรมการ
ความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัท
แพลนบีตระหนักดีว่าความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัท ถือเป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดี (การกำกับดูแลกิจการ) และเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการพิจารณาตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการโดยยึดหลักความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่างอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา หรือทักษะวิชาชีพ เพื่อให้คณะกรรมการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างรอบด้าน และตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้อย่างสมดุล รายละเอียดดังนี้
การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหาร
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหาร โดยคำนึงถึงและพิจารณาถึงความหลากหลายทางคุณสมบัติ ประสบการณ์ ความเหมาะสม และความสามารถในการปฏิบัติงาน โดยสามารถดูรายละเอียดการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารเพิ่มเติมได้ที่ หลักเกณฑ์การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหาร
จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ
แพลนบีตระหนักดีว่าการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยึดมั่นในจริยธรรมทางธุรกิจที่ดี เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการบริษัทจึงได้จัดทำและประกาศใช้ คู่มือการกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับของบริษัท รวมถึงบริษัทย่อย โดยคณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่พิจารณาทบทวนและปรับปรุงคู่มือดังกล่าวเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจ กฎหมายที่เปลี่ยนแปลง และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากล

คู่มือดังกล่าวครอบคลุมข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติที่สำคัญในหลายด้าน ได้แก่
การปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรและการบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อให้จรรยาบรรณทางธุรกิจถูกนำไปปฏิบัติอย่างแท้จริง บริษัทกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับต้องลงนามรับทราบและยืนยันการปฏิบัติตามคู่มือดังกล่าวอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งจัดให้มีการอบรมและทดสอบความรู้ด้านจริยธรรมทางธุรกิจเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2566 ถึง 2568 พนักงานร้อยละ 100 เข้ารับการอบรมและผ่านการทดสอบตามเกณฑ์มาตรฐานด้วยผลคะแนนร้อยละ 100 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบ
| การอบรมจริยธรรมทางธุรกิจ (ร้อยละ) | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|
| พนักงานเข้าอบรม | 100 | 100 | 100 |
| พนักงานผ่านการทดสอบ | 100 | 100 | 100 |
| คะแนนเฉลี่ยของพนักงาน | 100 | 100 | 100 |
ผลการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลและจรรยาบรรณธุรกิจ
จากความมุ่งมั่นในการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและยึดมั่นในความถูกต้อง แพลนบีสามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดด้านการกำกับดูแลกิจการ โดยในปี 2568 บริษัทไม่พบการละเมิดวินัยที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายในและการปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด โดยมีรายละเอียดดังนี้
| การฝ่าฝืนจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ (กรณี) | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|
| จำนวนกรณีการฝ่าฝืนจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจที่ได้รับทั้งหมด | |||
|
0 | 0 | 0 |
|
0 | 0 | 0 |
|
0 | 0 | 0 |
| จำนวนกรณีการฝ่าฝืนจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจแบ่งตามประเภท | |||
|
0 | 0 | 0 |
|
0 | 0 | 0 |
|
0 | 0 | 0 |
|
0 | 0 | 0 |
|
0 | 0 | 0 |
|
0 | 0 | 0 |
|
0 | 0 | 0 |
|
0 | 0 | 0 |
|
0 | 0 | 0 |
การติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ
แพลนบีให้ความสำคัญกับการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทจึงได้จัดตั้งกระบวนการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีหน่วยงานตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ซึ่งปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระ ทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบ และรายงานผลการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรทุกระดับตลอดห่วงโซ่คุณค่า ยึดมั่นในวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส บริษัทได้จัดทำ รายงานผลการติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ เสนอต่อ คณะกรรมการตรวจสอบ เป็นประจำทุกไตรมาส โดยมีเนื้อหาครอบคลุม
- ผลการประเมินการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของพนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
- รายงานข้อร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) รวมถึงการสอบสวนและผลการดำเนินการกรณีที่เกิดเหตุฝ่าฝืน
- ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขป้องกันในเชิงระบบ
ภายหลังจากคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณารายงานดังกล่าวแล้ว รายงานจะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณากำหนดนโยบายและทิศทางการปรับปรุง ซึ่งสะท้อนถึงระบบกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็งจากระดับบริหารสูงสุด ทั้งนี้ บริษัทได้บูรณาการเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อใช้ในการติดตามและเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านจรรยาบรรณอย่างรัดกุม ประกอบด้วย
- แบบประเมินตนเอง (Self-Assessment Questionnaire) สำหรับพนักงาน
- การทบทวนรายงานผลการปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านจริยธรรม
- การเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน (Whistleblower Channel) ที่ปลอดภัยและเป็นความลับ เพื่อให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความกังวลได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน
ในด้านการส่งเสริมความตระหนักรู้ บริษัทจัดให้มีการอบรมและการสื่อสารภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานทุกระดับเข้าใจจรรยาบรรณธุรกิจอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างถูกต้อง
บริษัทกำหนดให้มีกระบวนการสอบสวนที่เป็นมาตรฐานและเป็นธรรม โดยเมื่อได้รับแจ้งข้อกังวล บริษัทจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด หากผลการสอบสวนพบว่ามีการฝ่าฝืนจรรยาบรรณจริง บริษัทจะดำเนินการลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาด ซึ่งอาจรวมถึงการเลิกจ้างหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทมีการทบทวนและปรับปรุงนโยบายจรรยาบรรณธุรกิจเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ทันต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและกฎหมายที่เปลี่ยนแปลง จากการบังคับใช้นโยบายอย่างจริงจังและการส่งเสริมความตระหนักรู้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ ในปี 2568 บริษัทไม่พบกรณีการฝ่าฝืนจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด ผลลัพธ์นี้เป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายใน และวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง
การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน
บริษัทมุ่งเน้นแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและกระบวนการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพียงพอ โดยได้มีการกำหนด นโยบายต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน ที่มีความชัดเจน ครอบคลุม และมีการกำหนดคำนิยามของการคอร์รัปชันที่ชัดเจน รวมถึงมีแนวทางปฏิบัติ ซึ่งได้สื่อสารให้บุคคลภายในและภายนอกองค์กรได้รับทราบ ทั้งนี้ บริษัทมีการตรวจสอบป้องกันและประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันจากกิจกรรมดำเนินงานของบริษัท มีการกำหนดมาตรการในการควบคุมและติดตามกระบวนการทำงานที่อาจเกิดการทุจริตได้ เพื่อยืนยันความถูกต้องของการปฏิบัติงานให้มีความสุจริตโปร่งใส ป้องกันการทุจริต รวมทั้งเปิดช่องทางการสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแส ข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตได้โดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

การเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)
แพลนบีได้แสดงเจตนารมณ์ในการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน และได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption หรือ CAC) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับในระดับประเทศ โดยยึดหลักในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล จรรยาบรรณ และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายตลอดห่วงโซ่อุปทาน การได้รับการรับรอง CAC อย่างยาวนานของแพลนบี ถือเป็นเครื่องยืนยันเชิงประจักษ์ในความมุ่งมั่นว่าบริษัทจะไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันไม่ว่าจะในกรณีใด ๆ ก็ตาม
แนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
บุคลากรทุกระดับของบริษัทต้องปฏิบัติตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ ดังนี้
- การยึดมั่นในนโยบายไม่ยอมรับการทุจริต บุคลากรทุกระดับต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน จรรยาบรรณธุรกิจ ตลอดจนกฎระเบียบภายในองค์กรอย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการให้และรับสินบนในทุกรูปแบบ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อสะท้อนจุดยืนในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสอย่างแท้จริง
- การไม่รับสินบน ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการแสดงถึงเจตนาว่าเป็นการทุจริตคอร์รัปชัน การให้หรือรับสินบน แก่ผู้ที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในเรื่องที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบทั้งทางตรงหรือโดยอ้อม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์แก่องค์กรตนเอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
- การแจ้งเบาะแสและการคุ้มครองผู้ร้องเรียน บุคลากรต้องไม่ละเลยหรือเพิกเฉยเมื่อพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการทุจริต โดยมีหน้าที่ต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาหรือผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่กำหนด ทั้งนี้ บริษัทมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและผู้ที่ปฏิเสธการคอร์รัปชันอย่างรัดกุม โดยจะไม่มีการลดตำแหน่ง ลงโทษ หรือให้ผลกระทบเชิงลบใดๆ แม้การปฏิเสธดังกล่าวอาจทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
- ระมัดระวังในการดำเนินกิจกรรมที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดการทุจริต การดำเนินกิจกรรมที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดการทุจริต จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังสูงสุด และหากมีข้อสงสัยที่อาจเข้าข่ายความเสี่ยงทางกฎหมายหรือกฎระเบียบ บุคลากรต้องขอคำปรึกษาจากหน่วยงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance) หรือฝ่ายกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการเสมอ โดยมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ดังต่อไปนี้
- การรับหรือให้ของขวัญและค่าเลี้ยงรับรอง ต้องเป็นไปตามแนวปฏิบัติที่กำหนดในคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีในส่วนของ นโยบายการให้ หรือรับของขวัญ หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยต้องกระทำอย่างโปร่งใส สมเหตุสมผล และไม่ใช้เป็นเครื่องมือในการครอบงำการตัดสินใจทางธุรกิจ
- การบริจาคเพื่อการกุศล ต้องดำเนินการในนามบริษัทเพื่อสนับสนุนองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมอย่างแท้จริง โดยองค์กรดังกล่าวต้องมีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ และต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติตามระเบียบ เพื่อป้องกันการใช้เงินบริจาคเป็นข้ออ้างในการให้สินบน
- การให้เงินสนับสนุน ต้องระบุชื่อบริษัทอย่างชัดเจน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจและภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร และต้องผ่านกระบวนการอนุมัติที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ตามกฎหมาย
- การจัดซื้อจัดจ้างและการทำธุรกรรมกับภาครัฐและเอกชน ความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการจัดซื้อ จัดจ้างกับภาครัฐ หรือเอกชน รวมถึง การติดต่องานกับภาครัฐหรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือเอกชน ตลอดจนบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- การรักษาความเป็นกลางทางการเมือง บริษัทมีนโยบายเป็นกลางทางการเมือง โดยบุคลากรทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองตามกฎหมาย แต่พึงตระหนักที่จะไม่ดำเนินการ หรือดำเนินกิจกรรมใดๆ รวมถึงการนำทรัพยากรใดๆ ของบริษัทไปใช้เพื่อดำเนินการหรือกิจกรรมทางการเมือง อันจะทำให้บริษัทสูญเสียความเป็นกลางหรือได้รับความเสียหายจากการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและการให้ความช่วยเหลือทางการเมือง นโยบายการมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทุกระดับ
- การบูรณาการนโยบายเข้าสู่กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัทได้ผนวกนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสรรหา การฝึกอบรม การประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้และกำกับดูแลให้บุคลากรในสายงานปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด
บทลงโทษและการแจ้งเบาะแสการทุจริตคอร์รัปชัน
การละเลยหรือการไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ถือเป็นการกระทำผิดทางวินัยขั้นร้ายแรงและเป็นการละเมิดสัญญาจ้างงาน ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมาย การกระทำดังกล่าวยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชื่อเสียงและสถานะการดำเนินงานของบริษัท ดังนั้น หากพนักงานหรือผู้มีส่วนได้เสียพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการทุจริต มีหน้าที่ต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชา หรือแจ้งเบาะแสและเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางที่เป็นทางการของบริษัททันที
ช่องทางการรับแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน
บริษัทได้จัดเตรียมกระบวนการและช่องทางรับแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่ายสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยสามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อกังวลด้านการทุจริตและคอร์รัปชันตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระ ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
- ทางไปรษณีย์ ส่งถึง คณะกรรมการตรวจสอบ เลขที่ 1700 อาคารแพลน บี ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10310
- ทางอีเมล (E-mail) ถึง คณะกรรมการตรวจสอบ ที่ auditcommittee@planbmedia.co.th
- ทางอีเมล (E-mail) ถึง เลขานุการบริษัท ที่ companysecretary@planbmedia.co.th
- ทางโทรศัพท์ หมายเลข +66 (0) 2530-8053-6 ต่อ 131 หรือ 134
บริษัทขอให้ความมั่นใจว่าทุกเบาะแสจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับขั้นสูงสุด และผู้ร้องเรียนจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรการขององค์กรอย่างเต็มที่ตาม นโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน
กระบวนการจัดการเรื่องที่ได้รับการร้องเรียน
เพื่อให้การจัดการเรื่องร้องเรียนมีความโปร่งใสและเป็นธรรม บริษัทได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินการที่เป็นมาตรฐาน ดังนี้
- ขั้นตอนการคัดกรองเบื้องต้น เมื่อมีการแจ้งเบาะแส เลขานุการบริษัทจะทำหน้าที่รวบรวมและคัดกรองเรื่องร้องเรียน หากประเด็นดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและคอร์รัปชัน จะถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงดำเนินการแก้ไข ในกรณีที่เข้าข่ายการทุจริต จะทำการประเมินมูลความจริง หากพบว่าไม่มีมูลความจริง จะดำเนินการแจ้งผลสรุปให้ผู้ร้องเรียนรับทราบ
- ขั้นตอนการรายงานและการสืบสวน หากเรื่องร้องเรียนมีมูลความจริง เลขานุการบริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอน โดยหากเป็นกรณีร้ายแรงที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที จะรายงานเหตุการณ์เบื้องต้นต่อคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการตรวจสอบ พร้อมส่งสำเนาแจ้งฝ่ายตรวจสอบภายใน จากนั้นจะประสานงานกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินการตามระเบียบวินัยต่อไป
- ขั้นตอนการรายงานผลภาพรวม บริษัทกำหนดให้มีการสรุปสถิติการแจ้งเบาะแส สถานะการดำเนินงาน และผลการสอบสวน เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำอย่างน้อยทุก 6 เดือน เพื่อติดตามความคืบหน้าและประเมินประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายใน
มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและผลการดำเนินงาน
แพลนบีให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูล (Non-retaliation Policy) โดยบริษัทจะปกปิดชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่สามารถระบุตัวตนได้ และจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้เป็นความลับขั้นสูงสุด ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน
ด้วยระบบการกำกับดูแลที่รัดกุมและการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2568 แพลนบีไม่ได้รับแจ้งเหตุ เบาะแส หรือเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชันผ่านทุกช่องทางแต่อย่างใด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการควบคุมภายในและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
| การจัดการเรื่องร้องเรียน (กรณี) | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|
| จำนวนข้อร้องเรียนทั้งหมด | |||
| การดำเนินคดี | 0 | 0 | 0 |
| จริยธรรมธุรกิจ / การทุจริตคอร์รัปชัน | 0 | 0 | 0 |
| การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า | 0 | 0 | 0 |
| ผลประโยชน์ทับซ้อน | 0 | 0 | 0 |
| สิทธิมนุษยชน ได้แก่ การเลือกปฏิบัติ และการล่วงละเมิด | 0 | 0 | 0 |
| สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย | 0 | 0 | 0 |
| การฟอกเงินหรือการใช้ข้อมูลภายใน | 0 | 0 | 0 |
| การดำเนินการจัดการข้อร้องเรียน | |||
| ตักเตือนด้วยวาจา | 0 | 0 | 0 |
| ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร | 0 | 0 | 0 |
| อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน | 0 | 0 | 0 |
| ยกเลิกสัญญาจ้าง | 0 | 0 | 0 |
การสร้างความตระหนักรู้และการกำกับดูแลระดับบริหาร
นอกจากนี้ บริษัทยังกำหนดให้พนักงานทุกรายดำเนินการทดสอบความรู้ความเข้าใจในด้านจริยธรรมในการทำงาน (Code of Conduct) และนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยพนักงานทุกคนต้องสอบผ่านเกณฑ์ทั้งหมด เพื่อเป็นการส่งเสริมให้รับทราบและปลูกฝังจริยธรรมในการทำงานแก่พนักงาน ตลอดจนมีการขยายผลการสื่อสารและบังคับใช้นโยบายนี้ไปยังคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อสร้างแนวร่วมความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ในด้านการกำกับดูแล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารมีหน้าที่ที่จะต้องติดตามและดำเนินการต่อต้านการทุจริตให้เกิดประสิทธิภาพ และรายงานต่อประธานคณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทบทวนนโยบายและมาตรการควบคุมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและมาตรฐานสากลอยู่เสมอ
การขยายเครือข่ายธรรมาภิบาลสู่ห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทตระหนักว่าการสร้างสังคมที่โปร่งใสต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในปีที่ผ่านมาบริษัทจึงได้ดำเนินบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมค่านิยมด้านความซื่อสัตย์สุจริต ดังนี้
- การส่งจดหมายเปิดผนึกถึงคู่ค้า บริษัทได้ดำเนินการส่งจดหมายสื่อสารนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน พร้อมทั้งเชิญชวนคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจให้เข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย ผ่าน จดหมายเปิดผนึกเชิญชวนคู่ค้าและบริษัทที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม THAI CAC เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่ใสสะอาดและลดความเสี่ยงด้านการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินงานร่วมกัน
- การกำกับดูแลคู่ค้าตามหลักจริยธรรม นอกจากการเชิญชวนเป็นสมาชิก บริษัทได้กำหนดให้การปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันเป็นส่วนหนึ่งของจรรยาบรรณคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานธรรมาภิบาลและจริยธรรมที่บริษัทกำหนดไว้