แพลนบี มีการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนเป็นประจำทุกปี โดยพิจารณาจากปัจจัยภายในและภายนอก ที่ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงและผลกระทบของแพลนบี รวมถึงความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย

โดยปัจจัยภายใน ประกอบด้วยผลกระทบจากความเสี่ยงและโอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าของแพลนบี ส่วนปัจจัยภายนอกประกอบด้วยแนวโน้มของโลก ข้อคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก และประเด็นด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยการประเมินประเด็นสำคัญนี้ดำเนินการตามหลักการแบบทวิสารัตถภาพ หรือ Double Materiality Principle ซึ่งเป็นแนวคิดในการประเมินผลกระทบในบริบทของสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (Environmental, Social, and Governance หรือ ESG) ต่อภายในบริษัท และผลกระทบในบริบท ESG จากกิจกรรมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าที่มีต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย เกณฑ์ในการประเมินผลกระทบอ้างอิงจากเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงองค์กรของแพลนบีเพื่อให้สามารถนำประเด็นสำคัญเหล่านี้มาบูรณาการเข้ากับการประเมินปัจจัยความเสี่ยงของบริษัทได้ในภายหลังแพลนบีได้จัดเรียงลำดับประเด็นสำคัญโดยพิจารณาจากระดับผลกระทบโดยรวมที่ประเด็นเหล่านี้มีต่อบริษัท

โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนเป็นผู้ลงนามผลการประเมินตามหลักการของ GRI Standards 2021 ว่า ด้วยการเปิดเผยข้อมูลเพื่อความยั่งยืน (GRI 3: Material Topics 2021) ซึ่งกระบวนการคัดเลือกเนื้อหาและการประเมินประเด็นสำคัญของบริษัท มีดังนี้

1. การทําความเข้าใจบริบทขององค์กร

แพลนบี มีการทบทวนการดำเนินงานทางธุรกิจขององค์กร บริบทด้านความยั่งยืน และความสัมพันธ์ที่องค์กรมีกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า นอกจากนี้ แพลนบี ยังวิเคราะห์แนวโน้มความยั่งยืนระดับโลกและมาตรฐานสากลทั่วทั้งอุตสาหกรรมเพื่อรวบรวมประเด็นด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า

โดยมีปัจจัยที่ใช้ประกอบการระบุประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • มาตรฐานในการรายงานสากล (Global Reporting Initiative หรือ GRI Standards)
  • ดัชนีความยั่งยืน (S&P Global ESG Indices)
  • ดัชนี MSCI (MSCI Index)
  • ดัชนีหุ้นยั่งยืน (SET THSI Index)
  • แนวโน้มของโลกในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญต่อธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน
2. การระบุผลประทบที่เกิดขึ้นและที่อาจเกิดขึ้นต่อประเด็นสำคัญ

แพลนบีให้ความสำคัญกับการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้านเพื่อเสริมสร้างการดำเนินงานที่ยั่งยืน โดยมีการหารืออย่างสม่ำเสมอกับหน่วยงานภายในและผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เพื่อระบุวิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง และที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นที่มีความสำคัญต่อบริษัท ผู้มีส่วนได้เสีย เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน ครอบคลุม ทั้งผลกระทบในเชิงบวกและเชิงลบ กระบวนการดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างโอกาสใหม่ ๆ และวางแผนกลยุทธ์ที่ตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างครอบคลุมอันนำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

3. การประเมินนัยสําคัญของผลกระทบ

แพลนบีให้ความสำคัญกับการประเมินนัยสำคัญของผลกระทบที่ได้มีการระบุไว้ โดยใช้กระบวนการพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งในด้านระดับความรุนแรง ขอบเขตของผลกระทบ โอกาสในการเกิดขึ้น และความสามารถหรือข้อจำกัดในการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น บริษัทมุ่งเน้นการประเมินทั้งผลกระทบในเชิงบวกและเชิงลบ เพื่อให้สามารถจัดลำดับความสำคัญได้อย่างเหมาะสม และนำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

4. การจัดลำดับความสำคัญของผลกระทบที่มีนัยสำคัญในการรายงาน

แพลนบีดำเนินการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืนโดยใช้เกณฑ์การประเมินสองมิติ ได้แก่

  1. ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสีย และ
  2. ความสำคัญต่อผลกระทบทางธุรกิจในบริบทเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ผลการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนได้รับการนำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน เพื่อทบทวน ตรวจสอบความถูกต้อง และรับรองความสอดคล้องของผลการประเมินกับกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัท โดยกระบวนการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแพลนบีในการขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

แพลนบีมุ่งมั่นในการดำาเนินธุรกิจโดยยึดถือเป้าหมายการสร้างคุณค่าขององค์กร ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างการ เติบโตทางธุรกิจและการพัฒนานวัตกรรม เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาวเพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน ตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี และการกำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใส เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ และดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

ประเด็นที่มีนัยสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะ 3 ปี (2568-2570)

ประเด็นที่มีนัยสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะ 3 ปี

ในช่วงกรอบระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2568-2570) แพลนบียังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในทุกมิติความยั่งยืนเช่นที่ได้ปฏิบัติมาในอดีต พร้อมทั้งให้ความสนใจเพิ่มขึ้นในประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่

การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินธุรกิจด้วยจริยรรรม

การเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน

การพัฒนากลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน

การจัดการและบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

การส่งเสริมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทํางาน

ความรับผิดชอบต่อเนื้อหาโฆษณา

แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแพลนบีในการบูรณาการประเด็นด้านความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจหลัก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรและส่งมอบคุณค่าร่วมให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว