โครงการของเรา
โครงการ TALKABLE BUS SHELTER: ป้ายรถเมล์พูดได้

แพลนบีเดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องในปี 2567 ผ่านโครงการ The Talkable Bus Shelter หรือ "ป้ายรถเมล์พูดได้" เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสาธารณะของผู้พิการทางการมองเห็น โดยเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และ FWD ประกันชีวิต ในการนำเทคโนโลยีเสียงอัจฉริยะมาใช้ผสานกับนวัตกรรมการออกแบบป้ายรถเมล์
โครงการนี้ได้รับการติดตั้งและให้บริการแล้วทั้งหมด 10 จุดสำคัญ ทั่วกรุงเทพมหานคร อาทิ หน้าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ โรงพยาบาลรามาธิบดี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และสวนจตุจักร ครอบคลุมเส้นทางการเดินรถเมล์ 46 สายหลัก
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อสังคม
- เสริมสร้างโอกาสในการเดินทางอย่างเท่าเทียม ช่วยให้ผู้พิการทางการมองเห็นสามารถรับรู้หมายเลขรถเมล์ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการพลาดการเดินทาง และเสริมความปลอดภัยในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ
- ยกระดับคุณภาพชีวิต เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางการมองเห็นสามารถเข้าถึงแหล่งงาน สถานศึกษา และบริการต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น ส่งเสริมให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระและมีศักดิ์ศรี
- สร้างสังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ปลูกฝังแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) และส่งเสริมการสร้างสังคมที่เกื้อกูลและเห็นคุณค่าความหลากหลาย
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อบริษัท
- เสริมความน่าสนใจของพื้นที่สื่อโฆษณา การพัฒนาป้ายรถเมล์ให้มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการ ช่วยเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกของทำเล ทำให้ป้ายรถเมล์เหล่านี้มีความแตกต่างและโดดเด่นกว่า Media ธรรมดาในตลาด ส่งผลให้บริษัทสามารถเพิ่มอัตราการปล่อยเช่า (Occupancy Rate) ของสื่อบริเวณจุดติดตั้ง Talkable Bus Shelter ได้สูงขึ้น และมีโอกาส ตั้งราคาขายสื่อในระดับพรีเมียม สูงกว่าป้ายทั่วไป ประมาณ 5–10%
- ลดค่าใช้จ่ายในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน (Community Engagement) โดยปกติบริษัทขนาดใหญ่ต้องลงทุนในโครงการ CSR เพื่อสร้างภาพลักษณ์และรักษาความสัมพันธ์กับชุมชน การที่โครงการนี้สร้าง Impact อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดความจำเป็นในการดำเนินกิจกรรม CSR แยกต่างหาก ซึ่งมักมีต้นทุนสูง ทำให้บริษัทสามารถ “บูรณาการ CSR เข้ากับโมเดลธุรกิจหลัก” (Integrate CSR into Core Business) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนแฝง และเพิ่ม ROI ของกิจกรรมทางสังคม
- สร้างโอกาสในการดึงดูดลูกค้า Corporate และลูกค้า ESG Campaign แบรนด์ชั้นนำจำนวนมากให้ความสำคัญกับ ESG และมองหาพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกัน การมีโครงการที่สร้าง “Social Impact” จริงจัง เป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยเปิดประตูสู่ลูกค้ารายใหม่ ๆ โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มธนาคาร ประกัน และสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องการเชื่อมโยงแคมเปญของตนเข้ากับประเด็นทางสังคมที่มีผลกระทบชัดเจน ช่วยขยายพอร์ตลูกค้า และเพิ่มรายได้จากกลุ่มลูกค้า ESG-driven
- เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรในฐานะผู้นำด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR Leader) ภาพลักษณ์ที่ดีต่อสาธารณชนและนักลงทุนในฐานะองค์กรที่มีจุดยืนด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยเสริม “Goodwill” และ “Brand Equity” ขององค์กร ซึ่งมีผลต่อความน่าเชื่อถือในสายตาพันธมิตรทางธุรกิจ และอาจมีผลทางอ้อมต่อการเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทในระยะยาว
- เพิ่มการมีส่วนร่วมกับชุมชนและผู้มีส่วนได้เสีย การดำเนินโครงการร่วมกับภาครัฐ องค์กรไม่แสวงหากำไร และชุมชน ช่วยเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าไปมีบทบาทในเชิงยุทธศาสตร์กับผู้มีอำนาจตัดสินใจ และสามารถขยายความร่วมมือในโครงการอื่น ๆ ในอนาคตได้ง่ายขึ้น สร้าง “Social License to Operate” ที่มั่นคงในพื้นที่ที่บริษัทดำเนินงาน
- สนับสนุนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Strategy) โครงการนี้สอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 10 (ลดความเหลื่อมล้ำ) และ SDG 11 (เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน) ซึ่งนอกจากช่วยสร้าง Impact เชิงสังคม ยังสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของรายงาน ESG เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่มีเกณฑ์การลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainable or Responsible Investment)
ด้วยผลตอบรับที่ดีเยี่ยมจากปีแรก แพลนบีมีแผนเดินหน้าขยายและพัฒนานวัตกรรม "Talkable Bus Shelter" อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้บริการครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็น "ส่วนหนึ่ง" ของการสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ